คนส่วนใหญ่คิดว่างานรื้อถอนคือเอารถขุดติดหัวทุบเข้าไปทุบ แต่ส่วนที่ตัดสินว่างานจะจบเรียบร้อยหรือจบด้วยปัญหา อยู่ในขั้นตอนก่อนที่เครื่องจักรจะเข้าไปแตะตัวอาคารเลยด้วยซ้ำ ทั้งการสำรวจว่าโครงสร้างจะล้มไปทางไหน การจัดการเรื่องเอกสาร และการตัดระบบสาธารณูปโภคให้ครบ
บทความนี้ไล่ตามลำดับจริงของงานรื้อถอน เพื่อให้เจ้าของอาคารรู้ว่าแต่ละช่วงเกิดอะไรขึ้น และต้องเตรียมอะไรในฝั่งตัวเอง
1. สำรวจหน้างานและประเมินโครงสร้าง
ขั้นตอนแรกคือเข้าไปดูของจริง ไม่ใช่ประเมินจากรูป สิ่งที่ทีมงานดูมีสี่เรื่อง
ประเภทโครงสร้าง อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก อาคารโครงเหล็ก บ้านไม้ หรือผสมกัน แต่ละแบบใช้วิธีรื้อและเครื่องมือต่างกัน และมีมูลค่าวัสดุที่เหลือไม่เท่ากัน
ระยะห่างจากสิ่งข้างเคียง อาคารที่อยู่กลางที่ดินเปล่ารื้อได้เต็มที่และเร็ว ส่วนตึกแถวที่ผนังติดกับเพื่อนบ้านทั้งสองด้าน ต้องรื้อแบบควบคุมทีละส่วน ซึ่งใช้เวลามากกว่าหลายเท่าและคิดราคาต่างกัน
ทางเข้าออกสำหรับเครื่องจักรและรถขนเศษวัสดุ ถ้ารถขุดเข้าไม่ถึงหรือรถบรรทุกจอดรับเศษไม่ได้ วิธีทำงานทั้งหมดต้องเปลี่ยน
สิ่งที่ต้องแยกออกก่อน ถังเก็บน้ำ ถังบำบัด แผงโซลาร์ เครื่องปรับอากาศ หรือสิ่งที่เจ้าของต้องการเก็บไว้ใช้ต่อ ต้องระบุตั้งแต่ตอนสำรวจ
จากการสำรวจนี้จะได้สองอย่าง คือแผนการรื้อ และการประเมินมูลค่าวัสดุที่รื้อออกมาได้ ซึ่งเป็นตัวที่นำมาหักลบกับค่าใช้จ่าย รายละเอียดวิธีคิดส่วนนี้อธิบายไว้ที่ รับรื้อถอนคิดราคายังไง
2. เรื่องเอกสารและการแจ้ง
การรื้อถอนอาคารมีเงื่อนไขทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการก่อนเริ่มงาน และเงื่อนไขต่างกันตามขนาดอาคาร ลักษณะอาคาร และพื้นที่ที่ตั้งอยู่ สิ่งที่ควรทำคือติดต่อเทศบาลหรือ อบต. ในพื้นที่เพื่อสอบถามว่ากรณีของอาคารหลังนั้นต้องยื่นอะไรบ้าง อย่าอนุมานจากงานของคนอื่นที่เคยได้ยินมา เพราะเงื่อนไขไม่เหมือนกัน
สิ่งที่ควรเตรียมไว้ให้พร้อมตอนไปติดต่อ
- เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินและอาคาร
- แบบหรือข้อมูลอาคารเท่าที่มี เช่น จำนวนชั้น พื้นที่ใช้สอย ประเภทโครงสร้าง
- ข้อมูลผู้ดำเนินการรื้อถอน
อีกส่วนที่ไม่ใช่เอกสารแต่สำคัญไม่แพ้กันคือ การแจ้งเพื่อนบ้าน งานรื้อถอนมีทั้งเสียง ฝุ่น และการสั่นสะเทือน การเดินไปบอกล่วงหน้าว่าจะเริ่มวันไหน ใช้เวลาประมาณกี่วัน และทำงานช่วงเวลาไหน ลดปัญหาได้มากกว่าการมาอธิบายทีหลัง
สำหรับอาคารที่ผนังติดกัน ควรถ่ายรูปสภาพผนังและพื้นของเพื่อนบ้านไว้ก่อนเริ่มงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่ารอยที่มีอยู่เดิมคืออะไร เป็นการป้องกันข้อพิพาทที่ได้ผลที่สุดและไม่มีต้นทุน
3. ตัดระบบสาธารณูปโภคให้ครบ
ขั้นตอนนี้ห้ามข้ามและห้ามทำครึ่งๆ กลางๆ ต้องยืนยันว่าทุกระบบถูกตัดและปิดเรียบร้อยก่อนเครื่องจักรเข้า
- ไฟฟ้า ต้องแจ้งการไฟฟ้าเพื่อถอดมิเตอร์และตัดไฟเข้าอาคาร ไม่ใช่แค่สับเบรกเกอร์ลง
- ประปา ปิดวาล์วและถอดมิเตอร์ พร้อมอุดปลายท่อกันดินและเศษวัสดุไหลย้อนเข้าระบบ
- แก๊ส ถ้ามีถังหรือระบบท่อแก๊ส ต้องย้ายออกให้หมดก่อน
- สายสื่อสารและอินเทอร์เน็ต แจ้งผู้ให้บริการมาถอด สายที่พาดค้างอยู่เป็นอันตรายตอนรื้อ
- ระบบบำบัดน้ำเสียและบ่อเกรอะ ต้องรู้ตำแหน่งและจัดการตามสภาพ ไม่ใช่ทุบทับลงไปเฉยๆ
จุดที่พลาดบ่อยคือสายไฟที่พาดผ่านเหนืออาคารซึ่งไม่ได้เป็นของอาคารนั้น เช่น สายเมนที่วิ่งผ่านไปบ้านหลังอื่น กรณีนี้ต้องประสานการไฟฟ้าเพื่อวางแผนก่อน ไม่ใช่เรื่องที่แก้หน้างานได้
4. เตรียมพื้นที่และตั้งมาตรการความปลอดภัย
ก่อนเริ่มรื้อ พื้นที่ทำงานต้องถูกกั้นออกจากพื้นที่ที่คนทั่วไปเข้าถึง
- กั้นแนวเขตงานให้ชัดเจน และปิดทางเข้าที่ไม่ได้ใช้
- ติดตั้งผ้าใบหรือตาข่ายกันเศษวัสดุกระเด็น โดยเฉพาะด้านที่ติดถนนหรือติดบ้านข้างเคียง
- กำหนดเส้นทางเข้าออกของรถขนเศษวัสดุ และจุดจอดที่ไม่กีดขวางการจราจร
- เตรียมน้ำสำหรับฉีดลดฝุ่นระหว่างรื้อ ซึ่งจำเป็นมากในงานคอนกรีต
- ย้ายของที่เจ้าของต้องการเก็บออกให้หมดก่อน ไม่ใช่ระหว่างงาน
เรื่องฝุ่นเป็นสาเหตุร้องเรียนอันดับต้นๆ ของงานรื้อถอนในเขตชุมชน การฉีดน้ำระหว่างทำงานอย่างต่อเนื่องช่วยได้จริง และเป็นสิ่งที่ควรถามผู้รับงานว่ารวมอยู่ในแผนหรือไม่
5. รื้อตามลำดับ จากบนลงล่าง จากในออกนอก
งานรื้อไม่ได้เริ่มจากการทุบ แต่เริ่มจากการถอดสิ่งที่ยังมีมูลค่าออกก่อน ลำดับที่ใช้กันคือ
ถอดของที่ขายต่อได้และงานระบบ ประตู หน้าต่าง เหล็กดัด กระเบื้อง สุขภัณฑ์ สายไฟทองแดง เครื่องปรับอากาศ ขั้นตอนนี้ใช้แรงคนเป็นหลักและใช้เวลา แต่เป็นขั้นตอนที่ทำให้มูลค่าวัสดุที่หักลบกับค่ารื้อสูงขึ้น
รื้อส่วนที่ไม่รับน้ำหนัก ผนังกั้นห้อง ฝ้าเพดาน หลังคาและโครงหลังคา ทำจากชั้นบนลงล่าง
รื้อโครงสร้างหลัก เสา คาน และพื้น ตามลำดับที่วางไว้ว่าโครงสร้างจะล้มลงในทิศทางที่ควบคุมได้ ขั้นตอนนี้ใช้รถขุดติดหัวทุบหรือหัวกรรไกรตัดเหล็กตามประเภทโครงสร้าง หัวงานแต่ละแบบทำหน้าที่ต่างกัน เลือกผิดคือทำงานช้าและสิ้นเปลือง
รื้อฐานรากและส่วนใต้ดิน ถ้าเจ้าของต้องการพื้นที่ที่พร้อมสร้างใหม่ ต้องระบุตั้งแต่ต้นว่ารวมการรื้อฐานรากด้วยหรือไม่ เพราะเป็นงานคนละส่วนกับการรื้อตัวอาคาร
สำหรับอาคารที่ติดกับเพื่อนบ้าน ทั้งหมดนี้ทำแบบควบคุม คือรื้อทีละส่วนและคุมทิศทางการล้ม แทนการทุบให้ถล่มลงมาทั้งชุด ช้ากว่าแต่เป็นวิธีเดียวที่ทำได้ในพื้นที่แบบนั้น
6. ขนเศษวัสดุและส่งมอบพื้นที่
ปริมาณเศษจากงานรื้อถอนมากกว่าที่เจ้าของอาคารประเมินไว้เกือบทุกครั้ง เพราะคอนกรีตที่ทุบแล้วกินปริมาตรมากกว่าตอนที่ยังเป็นโครงสร้าง
สิ่งที่ต้องตกลงให้ชัดตั้งแต่ตอนเสนอราคา
- ค่าขนเศษวัสดุไปทิ้งรวมอยู่ในราคาแล้วหรือคิดแยก
- เศษวัสดุนำไปทิ้งที่ไหน และเป็นจุดที่รับได้ถูกต้องหรือไม่
- วัสดุที่ขายต่อได้ ใครเป็นคนได้ และคิดหักลบกันยังไง
- สภาพพื้นที่ตอนส่งมอบเป็นแบบไหน แค่เก็บเศษออกหมด หรือปรับพื้นให้เรียบพร้อมใช้งานต่อ
ข้อสุดท้ายเป็นจุดที่เข้าใจไม่ตรงกันบ่อยที่สุด “เคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อย” ในความหมายของเจ้าของอาจหมายถึงปรับพื้นเรียบพร้อมสร้างใหม่ ขณะที่ผู้รับงานหมายถึงขนเศษออกหมด ระบุให้ชัดในใบเสนอราคาว่าต้องการระดับไหน ถ้าต้องการพื้นที่พร้อมก่อสร้างต่อ นั่นคืองานถมและปรับพื้นที่ซึ่งเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง อ่านเพิ่มได้ที่ ถมที่ในภูเก็ต ราคาคิดยังไง
สิ่งที่เจ้าของอาคารควรเตรียมในฝั่งตัวเอง
- ย้ายทรัพย์สินและของส่วนตัวออกให้หมดก่อนวันเริ่มงาน
- ระบุให้ชัดว่ามีอะไรที่ต้องการเก็บไว้บ้าง และทำเครื่องหมายไว้
- ดำเนินการเรื่องเอกสารกับท้องถิ่นให้เรียบร้อย
- ยืนยันว่าระบบสาธารณูปโภคทุกอย่างถูกตัดแล้วจริง
- แจ้งเพื่อนบ้านและถ่ายรูปสภาพเดิมของอาคารข้างเคียงไว้
- ตกลงให้ชัดว่าส่งมอบพื้นที่ในสภาพไหน
สรุป
งานรื้อถอนที่จบเรียบร้อยคืองานที่วางแผนครบตั้งแต่ก่อนเครื่องจักรเข้า ทั้งการสำรวจโครงสร้าง เอกสารกับท้องถิ่น การตัดระบบให้ครบ และการตกลงเรื่องเศษวัสดุกับสภาพพื้นที่ตอนส่งมอบ
ถ้าคุณกำลังจะรื้ออาคารและอยากรู้ว่างานของคุณต้องเตรียมอะไรและมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ ให้ทีมงานเข้าไปสำรวจหน้างานก่อนได้ ประเมินฟรี ไม่มีข้อผูกมัด และในกรณีที่โครงสร้างเหล็กกับวัสดุเก่ามีมูลค่ามากพอกับต้นทุนการรื้อ งานนั้นรื้อให้ฟรีได้ ดูรายละเอียดที่ รับรื้อถอน

